fbpx

ส่วนประกอบโทเมซิง พลัส 2 ,Tomazing Plus2

1.มะเขื่อ (POTATO)

ประโยชน์มะเขื่อเทศ

#ทำไมถึงต้องทานมะเขื่อเทศ (POTATO)

มะเขือเทศ สรรพคุณและประโยชน์ของมะเขือเทศ

  1. มะเขื่อเทศมีสานต้านอนุมูลอิสระ เรียกว่า สารไลโคปีน มีฤทธิ์ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และลดการเจริญเติบโตของเนื้องอกในมะเร็งต่อมลูกหมาก
  2. มะเขื่อเทศ มีวิตามินและสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะวิตามิน C และ วิตามิน A
  3. มะเขื่อเทศ มีสารไลโคปีน มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  4. มะเขื่อเทศ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆเช่น มะเร็ง หลอดเลือด โรคหัวใจ ข้อเสื่อม โรคต้อกระจก

  5. ใบชงกับน้ำร้อนใช้เป็นยาพ่นกำจัดหนอนพืชได้
  6. รากและใบ ใช้ต้มกิน ช่วยรักษาอาการปวดฟัน
  7. ใบ บดให้ละเอียดใช้ทาปัองกันผิวจากแดดเผา
  8. ผลมะเขื่อเทศอ่อน ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และโรคเบื่ออาหาร
  9. ช่วยป้องกันโรคความดันในโลหิตสูง
  10. ช่วยรักษาแผลร้อนใน ในช่องปาก
  11. มะเขื่อเทศช่วยดับพิษร้อนถอนพิษไข้
  12. 1.ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง45%

  13. ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัo

ประโยชน์ของฟักข้าว

  1. ช่วยรำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส
  2. ช่วยยับยั้งและการเจริญเติบโตของเชื้อเอดส์ HIV

  3. ช่วยในเรื่องการบำรุงสายตา
  4. ช่วยป้องและยับยั้งเซลส์กันมะเร็ง

  5. ป้องกันโรคหัวใจ หัวใจหลอดเลือด
  6. ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก ลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์อัมพาต

  7. ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ฟื้นตัวเร็ว ท่านทีมีปัญหาสุขภาพหรือร่างกายอ่อนแอ
  8. รักษาโรคเบาหวาน
  9. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  10. ป้องกันการเกิดริ้วรอยของวัยและปกป้องผิวจากแสงแดดและชะลอวัยและท่านที่พบปัญหาผิวแห้งกร้าน
  11. ช่วยบำรุงสายตาและรักษาอาการเกี่ยวกับโรคตาและป้องกันโรคต้อตา ประสาทตาเสือม ตาบอดตอนกลางคืน
  12. ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด

  13. น้ำมันจากเยี่อหุ้มของเมล็ดฟักข้าว มีฤทธิ์รักษามะเร็งตับ

  14. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของต่อมลูกหมาก
  15. ลดอาการอักเสบที่คอหรือเจ็บคอและช่วยขับเสบหะ

  16. รากฟักข้าวช่วยแก้ปัญหาผมร่วง รังแค อาการหนังศรีษะคัน ช่วยให้ผมดกและดำ

  17. ผลอ่อนของฟักข้าวใช้เป็นอาหารและส่วนประกอบในการทำอาหารได้ เช่น แกงส้มลูกฟักขาว

  18. สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้มากมาย เช่น น้ำฟักข้าว เป็นต้น

**  ขอขอบคุณหนังสือเภสัชกรรมไทย  **

ไนอะซินและซิงค์อ๊อกไซด์

  • ” ซิงค์คลอไรด์ ” แก้ไสขอาการต่อมลูกหมากโตให้ดีขึ้น ช่วยให้อวัยวะสืบพันธุ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ไนอะซีน (NIACIN,VITAMIN B1,B2)  ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและช่วยให้ระบบการสืบพันธุ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ช่วยฟื้นฟูระบบการสืบพันธุ์ให้กลับมาเป็นปกติ

รายละเอียดและประโยชน์ของส่วนประกอบเหล่ามีมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

ว่าด้วยเรื่องมะเขื่อเทศ กับ LYCOPENE

มะเขื่อเทศมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lycopersicon esculentum Mill อยู่ในตระกูลจำพวกวงศ์ SOLANACEAE

  • ลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ เป็นไม้ล้มลุกฤดูเดียว สูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ขอบใบเว้าลึกดูคล้ายเป็นใบประกอบแบบขนนก ดอกช่อออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลืองเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ผลสดรูปทรงกลมหรือรูปทรงกระบอก ผิวเรียบหรือเป็นร่องตามยาว เมื่อยังอ่อนอยู่มีสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีแดง ชมพูส้มหรือเหลืองเมื่อสุก เมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลอ่อนแบน มีได้ถึงผลละ 250
  • เมล็ด สรรพคุณตามตำรายาไทยระบุว่า ใบ ใช้รักษาหน้าเกรียมเนื่องจากถูกแดดเผา ผล ใช้เป็นยาระบาย ช่วยให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ แก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ช่วยย่อยอาหาร และใช้ฟอกเลือด น้ำมะเขือเทศที่คั้นใหม่ๆ สามารถใช้ทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวนุ่มเนียน จึงนิยมนำมะเขือเทศมาพอกหน้า และปัจจุบันก็มีการใช้น้ำมะเขือเทศเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางด้วย
  • ในมะเขือเทศมีกรดอินทรีย์ น้ำตาล วิตามิน A, B, C และสารสำคัญในกลุ่มแคโรทีนอยด์อย่างไลโคพีน (lycopene) ที่ทำให้มะเขือเทศมีความโดดเด่นเหนือพืชผักอื่นๆการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาระบุว่า มะเขือเทศและสารสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะสารไลโคพีน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอ ความแก่ ต้านการอักเสบ ช่วยลดไขมันและน้ำตาลในเลือด และมีฤทธิ์ต้านมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • การศึกษาทางคลินิกจำนวนมากพบว่า การบริโภคมะเขือเทศสด ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ สารสกัดมะเขือเทศ และสารไลโคพีน สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ อีกทั้งยังช่วยลดขนาดและยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งดังกล่าวด้วย
  • นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และในขณะนี้ก็ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษของการบริโภคมะเขือเทศในรูปแบบของอาหารเลย หลายๆ คนอาจคิดว่าการรับประทานผักสดเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้สารสำคัญในพืชผักเยอะๆ แต่ในกรณีของสารไลโคพีน ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารไลโคพีนในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะเขือเทศ (ที่น้ำหนักเท่ากัน) เช่น ซอสมะเขือเทศ (Tomato ketchup) น้ำมะเขือเทศ ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato paste) ซุปมะเขือเทศเข้มข้น มะเขือเทศปรุงสุก มะเขือเทศผง และมะเขือเทศสด ทำให้สามารถเรียงลำดับปริมาณของไลโคพีนจากน้อยไปมากได้ดังนี้ มะเขือเทศสด < มะเขือเทศปรุงสุก < ซุปมะเขือเทศเข้มข้น < น้ำมะเขือเทศ < ซอสมะเขือเทศ < มะเขือเทศผง < ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น จะเห็นได้ว่ามะเขือเทศที่ผ่านกระบวนการและความร้อน จะมีปริมาณของสารไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศสด
  •  การบริโภคมะเขือเทศสดก็จะทำให้ได้วิตามินและสารอื่นๆ ที่สลายไปในระหว่างกระบวนการผลิตแทน ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกรับประทานมะเขือเทศในรูปแบบใด ก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น เมื่อทราบแบบนี้แล้ว จะรับเป็นสปาเก็ตตี้โบโลเนส ซุปมะเขือเทศ หรือพิซซ่าหน้าซอสมะเขือเทศชุ่มๆ ดีคะ

**ขอขอบคุณข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล **

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Scroll to Top
Call Now Button