
1.มะเขื่อ (POTATO)
ประโยชน์มะเขื่อเทศ
มะเขือเทศ สรรพคุณและประโยชน์ของมะเขือเทศ
- มะเขื่อเทศมีสานต้านอนุมูลอิสระ เรียกว่า สารไลโคปีน มีฤทธิ์ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และลดการเจริญเติบโตของเนื้องอกในมะเร็งต่อมลูกหมาก
- มะเขื่อเทศ มีวิตามินและสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะวิตามิน C และ วิตามิน A
- มะเขื่อเทศ มีสารไลโคปีน มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
มะเขื่อเทศ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆเช่น มะเร็ง หลอดเลือด โรคหัวใจ ข้อเสื่อม โรคต้อกระจก
- ใบชงกับน้ำร้อนใช้เป็นยาพ่นกำจัดหนอนพืชได้
- รากและใบ ใช้ต้มกิน ช่วยรักษาอาการปวดฟัน
- ใบ บดให้ละเอียดใช้ทาปัองกันผิวจากแดดเผา
- ผลมะเขื่อเทศอ่อน ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และโรคเบื่ออาหาร
- ช่วยป้องกันโรคความดันในโลหิตสูง
- ช่วยรักษาแผลร้อนใน ในช่องปาก
- มะเขื่อเทศช่วยดับพิษร้อนถอนพิษไข้
1.ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง45%
- ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัo
- ช่วยรำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส
-
ช่วยยับยั้งและการเจริญเติบโตของเชื้อเอดส์ HIV
- ช่วยในเรื่องการบำรุงสายตา
-
ช่วยป้องและยับยั้งเซลส์กันมะเร็ง
- ป้องกันโรคหัวใจ หัวใจหลอดเลือด
-
ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก ลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์อัมพาต
- ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ฟื้นตัวเร็ว ท่านทีมีปัญหาสุขภาพหรือร่างกายอ่อนแอ
- รักษาโรคเบาหวาน
- มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
- ป้องกันการเกิดริ้วรอยของวัยและปกป้องผิวจากแสงแดดและชะลอวัยและท่านที่พบปัญหาผิวแห้งกร้าน
- ช่วยบำรุงสายตาและรักษาอาการเกี่ยวกับโรคตาและป้องกันโรคต้อตา ประสาทตาเสือม ตาบอดตอนกลางคืน
-
ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด
-
น้ำมันจากเยี่อหุ้มของเมล็ดฟักข้าว มีฤทธิ์รักษามะเร็งตับ
- ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของต่อมลูกหมาก
-
ลดอาการอักเสบที่คอหรือเจ็บคอและช่วยขับเสบหะ
-
รากฟักข้าวช่วยแก้ปัญหาผมร่วง รังแค อาการหนังศรีษะคัน ช่วยให้ผมดกและดำ
-
ผลอ่อนของฟักข้าวใช้เป็นอาหารและส่วนประกอบในการทำอาหารได้ เช่น แกงส้มลูกฟักขาว
-
สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้มากมาย เช่น น้ำฟักข้าว เป็นต้น
** ขอขอบคุณหนังสือเภสัชกรรมไทย **
ไนอะซินและซิงค์อ๊อกไซด์
- ” ซิงค์คลอไรด์ ” แก้ไสขอาการต่อมลูกหมากโตให้ดีขึ้น ช่วยให้อวัยวะสืบพันธุ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ไนอะซีน (NIACIN,VITAMIN B1,B2) ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและช่วยให้ระบบการสืบพันธุ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ช่วยฟื้นฟูระบบการสืบพันธุ์ให้กลับมาเป็นปกติ
รายละเอียดและประโยชน์ของส่วนประกอบเหล่ามีมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
ว่าด้วยเรื่องมะเขื่อเทศ กับ LYCOPENE
มะเขื่อเทศมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lycopersicon esculentum Mill อยู่ในตระกูลจำพวกวงศ์ SOLANACEAE
- ลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ เป็นไม้ล้มลุกฤดูเดียว สูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ขอบใบเว้าลึกดูคล้ายเป็นใบประกอบแบบขนนก ดอกช่อออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลืองเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ผลสดรูปทรงกลมหรือรูปทรงกระบอก ผิวเรียบหรือเป็นร่องตามยาว เมื่อยังอ่อนอยู่มีสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีแดง ชมพูส้มหรือเหลืองเมื่อสุก เมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลอ่อนแบน มีได้ถึงผลละ 250
- เมล็ด สรรพคุณตามตำรายาไทยระบุว่า ใบ ใช้รักษาหน้าเกรียมเนื่องจากถูกแดดเผา ผล ใช้เป็นยาระบาย ช่วยให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ แก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ช่วยย่อยอาหาร และใช้ฟอกเลือด น้ำมะเขือเทศที่คั้นใหม่ๆ สามารถใช้ทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวนุ่มเนียน จึงนิยมนำมะเขือเทศมาพอกหน้า และปัจจุบันก็มีการใช้น้ำมะเขือเทศเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางด้วย
- ในมะเขือเทศมีกรดอินทรีย์ น้ำตาล วิตามิน A, B, C และสารสำคัญในกลุ่มแคโรทีนอยด์อย่างไลโคพีน (lycopene) ที่ทำให้มะเขือเทศมีความโดดเด่นเหนือพืชผักอื่นๆการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาระบุว่า มะเขือเทศและสารสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะสารไลโคพีน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอ ความแก่ ต้านการอักเสบ ช่วยลดไขมันและน้ำตาลในเลือด และมีฤทธิ์ต้านมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งต่อมลูกหมาก
- การศึกษาทางคลินิกจำนวนมากพบว่า การบริโภคมะเขือเทศสด ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ สารสกัดมะเขือเทศ และสารไลโคพีน สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ อีกทั้งยังช่วยลดขนาดและยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งดังกล่าวด้วย
- นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และในขณะนี้ก็ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษของการบริโภคมะเขือเทศในรูปแบบของอาหารเลย หลายๆ คนอาจคิดว่าการรับประทานผักสดเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้สารสำคัญในพืชผักเยอะๆ แต่ในกรณีของสารไลโคพีน ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารไลโคพีนในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะเขือเทศ (ที่น้ำหนักเท่ากัน) เช่น ซอสมะเขือเทศ (Tomato ketchup) น้ำมะเขือเทศ ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato paste) ซุปมะเขือเทศเข้มข้น มะเขือเทศปรุงสุก มะเขือเทศผง และมะเขือเทศสด ทำให้สามารถเรียงลำดับปริมาณของไลโคพีนจากน้อยไปมากได้ดังนี้ มะเขือเทศสด < มะเขือเทศปรุงสุก < ซุปมะเขือเทศเข้มข้น < น้ำมะเขือเทศ < ซอสมะเขือเทศ < มะเขือเทศผง < ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น จะเห็นได้ว่ามะเขือเทศที่ผ่านกระบวนการและความร้อน จะมีปริมาณของสารไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศสด
- การบริโภคมะเขือเทศสดก็จะทำให้ได้วิตามินและสารอื่นๆ ที่สลายไปในระหว่างกระบวนการผลิตแทน ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกรับประทานมะเขือเทศในรูปแบบใด ก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น เมื่อทราบแบบนี้แล้ว จะรับเป็นสปาเก็ตตี้โบโลเนส ซุปมะเขือเทศ หรือพิซซ่าหน้าซอสมะเขือเทศชุ่มๆ ดีคะ
**ขอขอบคุณข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล **